5 เทคนิคการเรียนรู้ที่ช่วยให้คุณเรียนรู้ได้เร็วขึ้นในการสอนผู้อื่น
- MindDoJo Thailand

- 29 เม.ย.
- ยาว 1 นาที
เปลี่ยนวิธีการเรียนรู้ เพิ่มประสิทธิภาพการสอน
หากคุณต้องการพัฒนาทักษะและความสามารถในการสอนผู้อื่นให้มีประสิทธิภาพ นี่คือ 5 เทคนิคที่สามารถช่วยให้คุณเรียนรู้ได้เร็วขึ้นและนำไปใช้ในการฝึกฝนผู้อื่นได้อย่างเต็มที่!

1. จินตนาการว่าคุณกำลังสอนผู้อื่น 🧠
"สิ่งที่คุณไม่สามารถอธิบายให้ผู้อื่นเข้าใจได้ แสดงว่าคุณยังไม่เข้าใจมันอย่างถ่องแท้" - อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์
เมื่อคุณจินตนาการว่าจะต้องสอนสิ่งที่คุณกำลังเรียนรู้ให้กับผู้อื่น สมองของคุณจะเข้าใจเนื้อหานั้น ๆ ได้ลึกซึ้งขึ้น เพราะคุณต้องแยกแยะเนื้อหาสำคัญและจัดระเบียบความคิดให้เป็นระบบ
ทำไมวิธีนี้ถึงได้ผล:
กระตุ้นให้คุณมองหาจุดสำคัญของเนื้อหา
บังคับให้คุณเรียบเรียงข้อมูลเป็นลำดับขั้นตอน
เผยให้เห็นช่องว่างในความเข้าใจของคุณเอง
สร้างการเชื่อมโยงระหว่างความรู้ใหม่และสิ่งที่คุณรู้อยู่แล้ว
เคล็ดลับการนำไปใช้: ลองบันทึกเสียงตัวเองขณะ "สอน" บทเรียนและฟังซ้ำเพื่อค้นหาจุดที่คุณยังอธิบายได้ไม่ชัดเจน
2. เรียนรู้ในช่วงเวลาสั้น ๆ แต่บ่อยครั้ง ⏱️
การแบ่งเวลาการเรียนให้เป็นช่วงๆ ระหว่าง 30-50 นาที จะช่วยให้สมองของคุณสามารถประมวลผลข้อมูลได้เต็มที่โดยไม่รู้สึกเหนื่อยล้าจนเกินไป การเรียนรู้ในระยะสั้นแต่บ่อยครั้งช่วยให้คุณสามารถเก็บข้อมูลได้ดีและไม่ลืมง่ายเมื่อเรียนจบ
เทคนิคการฝึกปฏิบัติ:
ใช้เทคนิค Pomodoro: เรียน 25 นาที พัก 5 นาที
กระจายการเรียนรู้เรื่องเดียวกันออกไปหลายวัน แทนที่จะเรียนรวดเดียวหลายชั่วโมง
เว้นระยะห่างระหว่างการทบทวนอย่างเหมาะสม (1 วัน, 1 สัปดาห์, 1 เดือน)
3. หยุดพยายามขยายเวลาการตั้งสมาธิ 🧘
สมองของเรามีขีดจำกัดในการตั้งสมาธิ การฝืนพยายามให้สมองจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งในเวลานานๆ จะทำให้ประสิทธิภาพการเรียนรู้ลดลง ดังนั้นการแบ่งเวลาเรียนเป็นช่วงสั้น ๆ ไม่เกิน 10-15 นาที จะช่วยให้สมองสามารถโฟกัสได้เต็มที่และเรียนรู้ได้เร็วขึ้น
วิธีจัดการกับช่วงความสนใจสั้น:
ใช้เทคนิคการตั้งคำถามระหว่างการเรียนรู้
สลับระหว่างการอ่าน การเขียน และการปฏิบัติจริง
สร้างสภาพแวดล้อมที่ปราศจากสิ่งรบกวน
ใช้การนำเสนอข้อมูลหลากหลายรูปแบบ (ภาพ เสียง การเคลื่อนไหว)
4. ทดสอบตัวเองบ่อย ๆ 📝
งานวิจัยทางประสาทวิทยาศาสตร์พบว่า การทดสอบตัวเองเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าการอ่านซ้ำถึง 2-3 เท่า! การทดสอบตัวเองหรือการใช้แบบฝึกหัดเป็นวิธีที่ช่วยให้สมองฝึกการดึงข้อมูลที่เรียนรู้ออกมาใช้ และเสริมสร้างเส้นทางประสาทให้แข็งแรงขึ้น
รูปแบบการทดสอบที่มีประสิทธิภาพ:
สร้างบัตรคำ (flashcards) เพื่อทบทวน
พยายามเขียนสรุปเนื้อหาจากความจำ
สอนเนื้อหาให้เพื่อนหรือเพื่อนร่วมงาน
ตั้งคำถามปลายเปิดและพยายามตอบด้วยตัวเอง
5. ใช้เทคนิค Feynman 🔍
เทคนิค Feynman ที่คิดค้นโดยนักฟิสิกส์รางวัลโนเบล Richard Feynman คือการสอนสิ่งที่คุณเรียนรู้ให้กับตัวเองหรือคนอื่นโดยใช้คำพูดของตัวเอง เทคนิคนี้ทำให้คุณต้องเข้าใจเนื้อหาจริงๆ และไม่เพียงแค่ท่องจำ
ขั้นตอนการใช้เทคนิค Feynman:
เลือกแนวคิดที่ต้องการเรียนรู้
อธิบายแนวคิดนั้นด้วยภาษาที่เรียบง่าย ราวกับกำลังสอนเด็ก
ระบุช่องว่างในความเข้าใจของคุณและกลับไปศึกษาเพิ่มเติม
ทบทวนแล"หากคุณไม่สามารถอธิบายอะไรได้อย่างง่ายๆ แสดงว่าคุณยังไม่เข้าใจมันดีพอ" - Richard Feynman
ปรับปรุงคำอธิบายของคุณให้ง่ายและกระชับ
ประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้เทคนิคเหล่านี้
การใช้เทคนิคเหล่านี้ไม่เพียงช่วยให้คุณเรียนรู้ได้เร็วขึ้นเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อความสามารถในการสอนของคุณดังนี้:
✅ เข้าใจเนื้อหาอย่างลึกซึ้งและยั่งยืน
✅ สามารถสื่อสารแนวคิดที่ซับซ้อนได้อย่างเรียบง่าย
✅ พัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
✅ สร้างความเชื่อมั่นในการนำเสนอและสอน
✅ ลดความเครียดและความกังวลในการเรียนรู้
นำไปปรับใช้ในการฝึกอบรม
เมื่อคุณใช้เทคนิคเหล่านี้ในการเรียนรู้ของตัวเอง คุณจะสามารถนำหลักการเดียวกันไปประยุกต์ใช้ในการออกแบบการฝึกอบรมที่มีประสิทธิภาพสำหรับผู้อื่น:
ออกแบบการฝึกอบรมที่แบ่งเป็นส่วนย่อยๆ แทนการสอนยาวต่อเนื่อง
สร้างกิจกรรมที่ผู้เรียนต้องสอนกันเอง เพื่อเสริมความเข้าใจ
แทรกแบบทดสอบสั้นๆ ระหว่างการฝึกอบรมเพื่อกระตุ้นการจดจำ
ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย แม้กับเนื้อหาที่ซับซ้อน
สร้างช่วงพักทีมีความหมาย เพื่อให้สมองได้ประมวลผลข้อมูล
เทคนิคเหล่านี้ไม่เพียงช่วยให้คุณเรียนรู้ได้เร็วขึ้น แต่ยังช่วยให้คุณสามารถนำความรู้ไปใช้ในการฝึกอบรมผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ การใช้วิธีการที่สอดคล้องกับการทำงานของสมองจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทั้งการเรียนและการสอนของคุณ
คุณจะนำเทคนิคไหนไปใช้เป็นอันดับแรก และจะปรับใช้อย่างไรให้เข้ากับบริบทการทำงานของคุณ?
ความคิดเห็น