ทักษะการเป็น “วิทยากร” สกิลสำคัญของคนที่องค์กรขาดไม่ได้
- MindDoJo Thailand

- 19 มิ.ย.
- ยาว 1 นาที
ในโลกของการเรียนรู้องค์กรสมัยใหม่ การส่งต่อความรู้กลายเป็นทักษะสำคัญ ไม่ใช่แค่สำหรับ “วิทยากรมืออาชีพ” เท่านั้น แต่สำหรับทุกบทบาทในองค์กร เพราะทุกคนคือ
“ผู้นำการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ” ได้ ลองคิดดูว่าถ้าองค์กรของคุณมีคนที่สามารถ พูดแล้วคนอยากฟัง อธิบายแล้วคนเข้าใจ สอนแล้วคนอยากทำตามได้ทุกระดับ วัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้และการพัฒนา จะเกิดขึ้นได้ง่ายแค่ไหน? ลองมาดูหลักสูตร Train the Trainer ที่จะช่วยให้คุณส่งต่อความรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

“Train the Trainer” คืออะไร?
โดยหลักสูตรนี้ จะช่วยให้คนคนหนึ่งสามารถ “ถ่ายทอดความรู้หรือทักษะ” ไปยังผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่แค่ "พูดได้" แต่จะช่วยให้
พัฒนาทักษะและเทคนิคในการนเสนอให้น่าสนใจ เข้าใจง่าย
รู้วิธีทำความเข้าใจผู้เรียนเพื่อเชื่อมโยงผู้ฟังกับเนื้อหา
ใช้เทคนิคในการกระตุ้นการเรียนรู้ เช่น กิจกรรม การตั้งคำถาม การสรุป
นำ AI มาช่วยให้คุณทำงานง่ายขึ้นและดูเป็นมืออาชีพ
ทำไมทุกคนควรมีทักษะการเป็นวิทยากร
1. หัวหน้าที่ “สอนงาน” เป็น คือหัวหน้าที่ “ทีมอยากทำงานให้”
คนเป็นหัวหน้าไม่ใช่แค่ต้องรู้ แต่ต้อง “ส่งต่อความเข้าใจให้ทีมได้” ผู้จัดการหรือหัวหน้าทีมที่มีทักษะการเป็นวิทยากร จะไม่เพียงแต่สั่งงานแต่สามารถสอนงานแบบเป็นขั้นตอน เข้าใจง่าย อธิบายเหตุผลเบื้องหลังเพื่อให้ทีมเห็นภาพใหญ่ กระตุ้นทีมให้พัฒนา ไม่ใช่แค่ทำงานให้เสร็จ การมีหัวหน้างานที่สามารสอนงานให้กับลูกทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถสร้างองค์ความรู้ให้บุคคลในองค์กรเพิ่มยิ่งขึ้น
ผลลัพธ์: ทีมทำงานด้วยความเข้าใจ ไม่ใช่แค่ตามคำสั่ง — ส่งผลให้ผลงานและความสัมพันธ์ดีขึ้นอย่างมีนัย
2. เพื่อนร่วมงานที่ “ถ่ายทอดเก่ง” คือแรงขับเคลื่อนวัฒนธรรมองค์กรแห่งการเรียนรู้
ในองค์กรที่มีความรู้มากมาย การแชร์กันให้เข้าใจสำคัญกว่าการรู้คนเดียว ทักษะการเป็นวิทยากร ช่วยให้คนในทีมอธิบายเรื่องยากให้เข้าใจง่าย เช่น กระบวนการใหม่หรือระบบ IT แบ่งปัน Best Practices กันเองแบบไม่ต้องรอ HR หรือ Trainer มืออาชีพ สร้างทีมที่เรียนรู้แบบเพื่อนสอนเพื่อนได้จริงไม่ใช่แค่บนกระดาษ
ผลลัพธ์: องค์กรเกิด “เครือข่ายการเรียนรู้” จากภายใน → ลดการพึ่งพาภายนอก และเพิ่มความคล่องตัว
3. การพรีเซนต์งานต้องไม่ใช่แค่พูด...แต่ต้อง “ทำให้คนเข้าใจและเชื่อ”
ทักษะการเป็นวิทยากร จะช่วยให้คุณสามารถวางโครงเรื่องที่จะพรีเซนต์ให้เข้าใจง่าย รู้จักวิธีเปิด-ปิดการพูดให้น่าสนใจ รู้จักใช้คำถามกระตุ้นผู้ฟัง ใช้เครื่องมืออธิบาย เช่น Storytelling, Visual, ตัวอย่าง เพื่อเชื่อมโยงผู้ฟังกับเนื้อหา และเปลี่ยนมุมมองคนฟัง ให้ “เห็นคุณค่า” ไม่ใช่แค่รับฟังเฉย ๆ
ผลลัพธ์: การมีทักษะการเป็นวิทยากรทำให้คุณ “ไม่ใช่แค่พูดเก่ง” แต่เป็นคนที่ “สื่อสารจนคนเข้าใจ เชื่อ และลงมือทำ”
4. การสอนผู้อื่น = การพัฒนาตัวเองขั้นลึก
“การสอน” เป็นหนึ่งในเครื่องมือพัฒนาความเข้าใจของตัวเองที่ดีที่สุด เมื่อคุณต้องอธิบายสิ่งใดให้คนอื่นเข้าใจ คุณจะต้องจัดระบบความคิดของตัวเองให้เป็นลำดับ เจอคำถามที่คุณไม่เคยนึกถึง → ทำให้คุณกลับไปค้นคว้าเพิ่ม ได้รับ feedback ที่ช่วยเปิดมุมมองใหม่
ผลลัพธ์: คุณจะเข้าใจสิ่งที่ทำ “ลึกขึ้น” และ “เชื่อมโยงได้กว้างขึ้น” แบบที่การเรียนรู้แบบเงียบๆ คนเดียวไม่สามารถให้ได้
5. ในโลกที่ AI เข้ามามีบทบาทในการทำงานเป็นอย่างมาก – คนที่มี “ทักษะวิทยากร” คือคนที่องค์กรขาดไม่ได้
ในวันที่ AI เข้ามามีบทบาทในการทำงานเป็นอย่างมาก แล้วเราจะยังมี "คุณค่า" ตรงไหน? "เราจะมีคุณค่าตรงที่… เราทำให้คนอื่นเก่งขึ้นได้"
AI อาจช่วยสรุปข้อมูล – แต่ยังไม่สามารถ “ฟังแล้วเข้าใจความรู้สึก” ได้เหมือนมนุษย์AI อาจช่วยสร้างบทเรียน – แต่ยังไม่สามารถ “ตั้งคำถามเพื่อเปลี่ยนวิธีคิด” ได้แบบคนที่มีทักษะวิทยากร
ดังนั้น "ทักษะการเป็นวิทยากร" (Trainer Skill) จะไม่ถูกแทนที่ด้วย AI แต่สามารถ ช่วยให้คุณดูมีความเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น เช่น ช่วยออกแบบสื่อการสอนที่น่าสนใจ วิเคราะห์ Feedback หรือแบบประเมินจากผู้เรียนให้กับคุณได้ในเวลาอันรวดเร็ว
ผลลัพธ์: คุณจะเป็นคนที่ “ใครๆ ก็อยากทำงานด้วย” และไม่ถูกแทนที่ง่ายๆ แม้ในยุคที่ AI ทำงานแทนได้หลายอย่าง
ไม่ว่าคุณจะอยู่ตำแหน่งไหนในองค์กร ถ้าคุณ “ถ่ายทอดเป็น” คุณก็กลายเป็นคนที่ “สร้างการเติบโตให้คนรอบตัว” ได้เสมอ ทักษะ Train the Trainer จึงไม่ใช่แค่เรื่องของวิทยากร แต่คือ “ภาษาของผู้นำการเปลี่ยนแปลง” ในทุกบทบาทของโลกการทำงานยุคใหม่
ความคิดเห็น