top of page

ควบคุมการเปลี่ยนแปลงให้อยู่หมัด ด้วยเทคนิค PAPA Crisis Mode


ควบคุมการเปลี่ยนแปลงให้อยู่หมัด ด้วยเทคนิค PAPA Crisis Mode

คุณเชื่อหรือไม่ว่าความเปลี่ยนแปลง สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาและทุกสถานการณ์ จะดีกว่าไหมหากคุณมีเครื่องมือหรืออาวุธที่สามารถควบคุมการเปลี่ยนแปลงให้อยู่หมัด ด้วยทักษะการปรับตัวสู่การเปลี่ยนแปลง ( Adaptive to Chang) ซึ่งเป็นทักษะสำคัญที่สามารถปรับตัวรู้เท่าทันทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตจริง เพราะปัจจุบันทุกคนต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและปัญหาใหม่ ๆ ที่ต้องคอยแก้ไขอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้คุณสามารถรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงได้ดี อยากชวนทุกคนมาติดอาวุธด้วยเทคนิค PAPA Crisis Mode มีอะไรบ้างมาเรียนรู้ไปพร้อมกันเลย


1. Pause (หยุดคิดพร้อมตั้งสติ) เมื่อเราต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เกิดการเปลี่ยนแปลง สิ่งแรกที่คุณต้องทำคือ การหยุดความคิดกับสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ ณ ปัจจุบัน พร้อมทั้งถอยกลับมาตั้งสติเช็กความคิด สำรวจจิตใจ และทัศนคติ เพื่อให้คุณมองเห็นปัจจัยภายนอกและภายในที่ส่งผลกระทบต่อเรา จะทำให้คุณเข้าใจตัวเองและเห็นภาพกว้างพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ดี

1. Pause (หยุดคิดพร้อมตั้งสติ) เมื่อเราต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เกิดการเปลี่ยนแปลง สิ่งแรกที่คุณต้องทำคือ การหยุดความคิดกับสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ ณ ปัจจุบัน พร้อมทั้งถอยกลับมาตั้งสติเช็กความคิด สำรวจจิตใจ และทัศนคติ เพื่อให้คุณมองเห็นปัจจัยภายนอกและภายในที่ส่งผลกระทบต่อเรา จะทำให้คุณเข้าใจตัวเองและเห็นภาพกว้างพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ดี





2. Analyze (วิเคราะห์สถานการณ์และรวบรวมข้อมูลที่น่าเชื่อถือ) การที่คุณต้องปรับตัวเข้าสู่สถานการณ์ใหม่ ๆ สิ่งสำคัญคือคุณต้องมีการอัปเดตข้อมูลที่สดใหม่ ถูกต้องและน่าเชื่อถือ เพื่อสามารถนำมาวิเคราะห์สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นให้ได้ โดยการวิเคราะห์ข้อมูลหรือสถานการณ์ที่เกิดความเปลี่ยนแปลงจะมี 6 ปัจจัยหลัก ๆ  คือ 1.ปัจจัยทางการเมือง 2.ปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจ 3.ปัจจัยทางด้างสังคม 4.ปัจจัยทางด้านเทคโนโลยี 5.ปัจจัยทางด้านสิ่งแวดล้อม และ 6.ปัจจัยทางด้านกฎหมาย

2. Analyze (วิเคราะห์สถานการณ์และรวบรวมข้อมูลที่น่าเชื่อถือ) การที่คุณต้องปรับตัวเข้าสู่สถานการณ์ใหม่ ๆ สิ่งสำคัญคือคุณต้องมีการอัปเดตข้อมูลที่สดใหม่ ถูกต้องและน่าเชื่อถือ เพื่อสามารถนำมาวิเคราะห์สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นให้ได้ โดยการวิเคราะห์ข้อมูลหรือสถานการณ์ที่เกิดความเปลี่ยนแปลงจะมี 6 ปัจจัยหลัก ๆ คือ 1.ปัจจัยทางการเมือง 2.ปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจ 3.ปัจจัยทางด้างสังคม 4.ปัจจัยทางด้านเทคโนโลยี 5.ปัจจัยทางด้านสิ่งแวดล้อม และ 6.ปัจจัยทางด้านกฎหมาย

ทั้งนี้คุณสามารถเลือก 2 ปัจจัยหลักที่เหมาะสมเพื่อนำข้อมูลเหล่านั้นมาคาดการณ์อนาคต


3.Predict (การคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้น) คุณสามารถทำนายอนาคตได้ด้วยการคาดการณ์การสถานการณ์ คุณจะไม่มีทางรู้ได้ว่าวันพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น แต่หากคุณมีเครื่องมือที่สามารถคาดการณ์อนาคตได้ คุณก็จะสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้ นั้นคือการนำ  2 ปัจจัยที่คุณเลือกจากการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อนำมาตั้งสมมติฐานและคาดการณ์ ผ่านการสร้างเรื่องราวหรือความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น เชื่อมโยงกับจุดแข็งของตัวเอง พร้อมทั้งมองหาโอกาสที่เกิดขึ้นจริงจากการคาดการณ์ เพื่อนำมาสู่การตัดสินใจที่แม่นยำและถูกต้อง

3.Predict (การคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้น) คุณสามารถทำนายอนาคตได้ด้วยการคาดการณ์การสถานการณ์ คุณจะไม่มีทางรู้ได้ว่าวันพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น แต่หากคุณมีเครื่องมือที่สามารถคาดการณ์อนาคตได้ คุณก็จะสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้ นั้นคือการนำ 2 ปัจจัยที่คุณเลือกจากการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อนำมาตั้งสมมติฐานและคาดการณ์ ผ่านการสร้างเรื่องราวหรือความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น เชื่อมโยงกับจุดแข็งของตัวเอง พร้อมทั้งมองหาโอกาสที่เกิดขึ้นจริงจากการคาดการณ์ เพื่อนำมาสู่การตัดสินใจที่แม่นยำและถูกต้อง


4.Adapt (การปรับตัว) เมื่อคุณมีการตั้งสติ วิเคราะห์ข้อมูล และคาดการณ์ถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น การปรับตัวจึงเป็นการมองหาโอกาสจากสมมติฐานใหม่ ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ สิ่งที่สำคัญคือทำให้คุณได้มีแผนการรองรับกับการปรับตัวในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ดี

4.Adapt (การปรับตัว) เมื่อคุณมีการตั้งสติ วิเคราะห์ข้อมูล และคาดการณ์ถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น การปรับตัวจึงเป็นการมองหาโอกาสจากสมมติฐานใหม่ ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ สิ่งที่สำคัญคือทำให้คุณได้มีแผนการรองรับกับการปรับตัวในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ดี







นอกจากนี้คุณควรรู้จุดแข็งที่มี การที่รู้ว่าตัวเองมีจุดแข็งด้านใดจะทำให้คุณสามารถนำมาปรับใช้ในแต่สถานการณ์ได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น หากคุณยังไม่รู้ว่าตัวเองเป็นคนลักษณะแบบไหน มีจุดแข็งอะไรบ้าง เรามีแบบทดสอบที่จะมาแนะนำช่วยให้คุณสามารถวิเคราะห์บุคลิกภาพ จุดแข็ง และกระบวนการด้านจิตใจ นั่นก็คือ MBTI Personality Test (ลองทำแบบทดสอบคลิกเลย https://www.minddojo.co.th/mbti-test)


“การปรับตัวที่ดีจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าคุณไม่มีการคิดเชิงบวก หรือที่เรียกว่า Growth Mindset เพราะทัศนคติหรือแนวคิดที่สร้างการเติบโต โดยเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงนั้น สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ผ่านการพัฒนาและฝึกฝนอย่างไม่ย่อท้อ และเมื่อเจอวิกฤตจะทำให้คุณมองเห็นโอกาสอยู่เสมอ”

PAPA Crisis Mode


Komentarai

Įvertinta 0 iš 5 žvaigždučių.
Kol kas nėra įvertinimų

Pridėti vertinimą

สมัครรับข่าวสารใหม่ ๆ 

และทรัพยากร MindDoJo

bottom of page